ACT FORUM’20 DESIGN+BUILT ภายใต้แนวคิด‘สถาปนิกปันสุข’

งาน ACT FORUM ’20 DESIGN + BUILT ภายใต้แนวคิด ‘สถาปนิกปันสุข’

             สภาสถาปนิก ร่วมกับ อารยะ เอ็กซ์โป ประกาศเดินหน้า

จัดงาน ACT FORUM 20 DESIGN + BUILT ภายใต้แนวคิด ‘สถาปนิกปันสุข’

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ลุกลามเข้าสู่การปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม วงการสถาปัตยกรรม ออกแบบและก่อสร้าง ก็เป็นอีกหนึ่งวงการที่ได้รับผลกระทบอยู่ไม่น้อย หลายกิจกรรมต้องงดจัดไปโดยปริยาย ทว่าสภาสถาปนิกและบริษัท อารยะ เอ็กซ์โป จำกัด กลับเห็นต่าง และขอเป็นหนึ่งกำลังสำคัญของวงการ ด้วยการเดินหน้าจัดงาน ACT FORUM ’20 DESIGN + BUILT งานใหญ่งานเดียวแห่งปีที่จะรวบรวมเรื่องราว องค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมที่ครอบคลุมทุกสาขา (สถาปัตยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ ภูมิสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมผังเมือง) เทรนด์ด้านการออกแบบ และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ก่อสร้างจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกไว้อย่างครบครัน

           ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟู สู่ ‘สถาปนิกปันสุข’

คุณประกิต พนานุรัตน์ ประธานจัดงาน ACT FORUM ’20 DESIGN + BUILT  กล่าวว่า “สถานการณ์ในปัจจุบันมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะมาร่วมมือกันหาแนวทางฟื้นฟูวิชาชีพทางสถาปัตยกรรมและอุตสาหกรรมก่อสร้างให้สามารถรับมือ ปรับตัว และตอบสนองต่อความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนไปหลังสถานการณ์โควิด-19 ได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงบางอย่างนั้นเป็นการเปลี่ยนไปแบบชั่วครั้งชั่วคราว แต่หลายอย่างก็เป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับที่เป็นชีวิตวิถีใหม่ หรือที่เรียกว่า New Normal”

“สถาปนิกปันสุข ซึ่งเป็นแนวคิดการจัดงานในปีนี้เกิดขึ้นจากความต้องการร่วมมือกันฟื้นฟูวงการสถาปัตยกรรมและอุตสาหกรรมก่อสร้าง ด้วยการส่งมอบความสุขผ่านองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตในอนาคตที่ดีขึ้น”

 

              จัดงาน ขานรับ New Normal

ด้าน คุณศุภแมน มรรคา ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท อารยะ เอ็กซ์โป จำกัด ผู้จัดงาน  ACT FORUM ’20 DESIGN + BUILT กล่าวว่า “การจัดงานในปี 2562 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ด้วยยอดผู้เข้าชมงานกว่า 25,000 ราย แบ่งเป็น กลุ่มเป้าหมายหลัก อาทิ สถาปนิก นักออกแบบ วิศวกร ผู้รับเหมาก่อสร้าง นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ถึง 75% และกลุ่มบุคคลทั่วไป 25% ในขณะเดียวกันก็ได้รับความสนใจจากผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างกว่า 300 ราย จาก 30 ประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม สิงคโปร์ เยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ที่ตอบรับเข้าร่วมจัดแสดงสินค้า เรียกได้ว่าเป็นงานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่มีความเข้มข้นทั้งในฝั่งของผู้จัดงานและผู้เข้าชมงาน

 

               สำหรับการจัดงานในปีนี้ยังคงความเข้มข้นของเนื้อหาสาระที่ผู้เข้าชมจะได้รับ อาทิ

  • การจัดแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ก่อสร้างจากแบรนด์ชั้นนำทั้งจากไทยและต่างประเทศ อาทิ MAKITA, FORMICA, ARITCO, TPS GARDEN, TPI POLENE เป็นต้น
  • เวทีสัมมนาจากวิทยากรชั้นนำ
  • Designer Hub Pavilion พื้นที่รวบรวมสถาปนิก นักออกแบบ และผู้ให้บริการด้านก่อสร้าง
  • การให้คำแนะนำจากสถาปนิกอาสา
  • ข้อเสนอพิเศษจากผู้แสดงสินค้า

 

               ในขณะที่การขานรับ New Normal ของ ACT FORUM ’20 DESIGN + BUILT จะมีทั้งในส่วนของเนื้อหาของการสัมมนาที่เพิ่มเติมประเด็นที่น่าสนใจสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาทิ สถาปนิกในยุค ‘New Normal’ นวัตกรรมวิถีใหม่ในโรงพยาบาล การออกแบบโรงแรมและคอนโดมิเนียมในยุค COVID-19 สถาปนิกจบใหม่..ทำอะไรดี? เป็นต้น นอกจากนี้รูปแบบการจัดงานได้มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาปรับใช้เพื่อให้สอดคล้องกับ Social Distancing อาทิ การทำ Hybrid Conference รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและสุขอนามัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดคุณศุภแมน กล่าวทิ้งท้าย

งาน ACT FORUM ’20 DESIGN + BUILT มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ActForumExpo.com

**************

งานสถาปนิก’64 “มองเก่า ให้ใหม่ : Refocus Heritage”

งานสถาปนิก’64 “มองเก่า ให้ใหม่ : Refocus Heritage”

สถาปนิก’63 งานแสดงสถาปัตยกรรมและวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 34 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มองเก่า ให้ใหม่: Refocus Heritage” ชวนผู้ชมมาปรับความคมชัด เรื่องราวมรดกสถาปัตยกรรม สานต่อคุณค่าภูมิปัญญาจากอดีต ร่วมรักษา ปรับใช้ และต่อยอด มรดกอันทรงคุณค่าเพื่อให้คงอยู่กับคนรุ่นต่อไป ตื่นตาไปกับนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างจากผู้แสดงสินค้ากว่า 850 แบรนด์ทั่วโลก นิทรรศการให้ความรู้ และกิจกรรมเพลิดเพลินมากมาย บนพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 75,000 ตารางเมตร ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ​ฮอลล์ เมืองทองธานี

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ได้ที่ : 

https://www.asaexpo.org

การจัดการความรู้รายวิชาสถาปัตยกรรมไทย สู่การอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้

การจัดการความรู้รายวิชาสถาปัตยกรรมไทย

สู่การอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้

 

วัตถุประสงค์ ของโครงการ

1) สร้างองค์ความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ภาคใต้

และรวบรวมเผยแพร่เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าทางด้านวิชาการสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้

2) นักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรมได้ตระหนักและเห็นคุณค่าในเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้

 

หลักการและเหตุผล

สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบได้จัดโครงการอนุรักษ์มรดกทาสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้ขึ้นเป็นประจำทุกปี

โดยได้บูรณาการกับการเรียนการสอน รายวิชาสถาปัตยกรรมไทยเพื่อมุ่งเน้นให้นักศึกษารายวิชาดังกล่าวและผู้เข้าร่วมโครงการ

ได้ตระหนักและเห็นคุณค่าในเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้ ซึ่งเป็นไปตามปณิธานของสำนักวิชาที่จะเป็นฐานข้อมูล

ทางด้านสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้ในการเป็นแหล่งเรียนรู้และค้นคว้าวิจัยด้านศิลปะและวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการสืบสาน

เพื่อทำนุบำรุงศิลป-วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถให้นักวิชาการ นักศึกษาทางสถาปัตยกรรมหรือคนที่สนใจ

เข้ามาเรียนรู้ร่วมกันและมีส่วนร่วมกันอนุรักษ์สถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า โดยที่เกิดการอนุรักษ์จากชุมชนเองบูรณาการร่วมกับการเรียนรู้

และการปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมของอาจารย์ และนักศึกษาทั้งในและระหว่างคณะด้านสถาปัตยกรรมในพื้นที่ภาคใต้ และสามารถพัฒนา

ทางกายภาพให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้โดยชุมชนเองมีส่วนร่วม ซึ่งจะทำให้เกิดการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมที่มีคุณค่า

และเกิดการพัฒนาชุมชนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน อันจะสร้างรายได้ให้ชาวบ้านและเกิดการสืบสาน

ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชาวบ้านไปพร้อมกันบนฐานทางวัฒนธรรมของชุมชนเอง

 

สามารถดูรายละเอียดได้จากลิงค์นี้ https://arch.wu.ac.th/?page_id=9667

 

คู่มือแนวทางการปรับปรุงบ้านเพื่อผู้ที่เสี่ยงต่อการติดต่อ (High Risk Contact)

คู่มือแนวทางการปรับปรุงบ้านเพื่อผู้ที่เสี่ยงต่อการติดต่อ (High Risk Contact)

กลุ่มผู้ใช้งานหลัก                 ผู้สูงอายุ และเด็ก หรือบุคคลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โดยอ้างอิงมาตรฐานหอผู้ป่วยวิกฤต  หอผู้ป่วยและ PE room (Protective Environment Room) ของโรงพยาบาล

รูปแบบการป้องกัน          เพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับการแพร่กระจายเชื้อโรคจากผู้อื่น

หลักการสำคัญ                    1 Administrative Controls

2 Environmental Controls*** เพื่อการควบคุมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยจากโรค โดยควบคุมไม่ให้เชื้อโรคเข้ามาในห้อง

3 Respiratory – Protection Controls

Environmental Controls

ระบบห้อง                             ห้องความดันบวก (Positive Pressure) ป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคไม่ให้แพร่เข้ามาในห้อง

Positive Pressure             1 ความดันภายในห้อง > ความดันภายนอกหรือบริเวณโดยรอบ

2 ไม่ให้อากาศภายนอกเข้าสู่ภายในห้อง

3 อากาศภายในห้องออกสู่ภายนอกห้องได้

4 ระบบจ่ายอากาศ ที่จ่ายเข้ามาในห้องควรผ่านแผ่นกรองอากาศระดับ HEPA filter

Space Requirement        ห้องพักแบบมีห้องน้ำในตัว

ห้องก่อนเข้าห้องพัก (Anteroom)

อุณหภูมิ ความชื้น            ห้องผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ (เทียบเคียงมาตรฐาน ห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU))

อุณหภูมิ 21– 270C ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 60 %

ความดัน                               กำหนดความดันของอากาศภายในห้องเมื่อเทียบกับบริเวณภายนอกโดยรอบ เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่เข้ามาภายในห้อง

                                                Positive Pressure: มีความดันเป็นบวกเมื่อเทียบกับบริเวณโดยรอบ

การปิดรูรั่ว (Seal)                ขนาดของรูรั่วทั้งหมดในห้องจะต้องรวมกันแล้วไม่มากกว่า 40 ตารางนิ้ว

การหมุนเวียนอากาศกลับมาใช้ใหม่ (Recirculation) หมุนเวียนอากาศกลับมาใช้ใหม่ได้ต่อเมื่ออากาศที่หมุนเวียนนั้นผ่านการกรองด้วย HEPA filter

ตาราง แสดงคุณลักษณะทางวิศวกรรมของพื้นที่ที่สำคัญในสถานพยาบาลเปรียบเทียบกับบ้านพักอาศัยที่ประยุกต์ใช้เพื่อการกักตัว (Quarantine)

Specification ห้องทั่วไป : All Room ห้องพักผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ: PE room (Protective Environment Room) Critical care room ห้องก่อนเข้าห้องพักIsolation anteroom Operating room
Air pressure Negative Positive Positive, Negative, or Neutral Positive or Negative Positive
Room air changes > 6 ACH

(for existing rooms)

> 12 ACH

(for renovation or new construction)

> 12 ACH > 6 ACH > 10 ACH > 15 ACH
Sealed Yes Yes No Yes Yes
Filtration supply 90% (dust- spot ASHRAE 52.1 1992) 99.97%

(HEPA filter)

> 90%

Yes

> 90%

No

> 90%

Yes

Recirculation No** Yes

Remark: * ในห้องผ่าตัดบางประเภทเช่นห้องผ่าตัดทาง ออโธปิดิกส์ ต้องใช้ HEPA filter

** สามารถ Recirculation ได้โดยผ่าน HEPA filter ก่อนที่อากาศจะหมุนเวียนกลับมาในห้อง

อากาศที่ระบายทิ้ง              ไม่ระบายอากาศที่มีการปนเปื้อนย้อนกลับเข้าสู่ห้อง

                                                มีการระบายอากาศทิ้งจากห้องผู้ป่วยตลอดเวลา

การระบายทิ้งจะต้องผ่านแผงกรองอากาศระดับ HEPA filter ก่อนปล่อยทิ้ง

จุดระบายอากาศต้องอยู่ห่างจากจุดนำอากาศเข้ามากกว่า 25 ฟุต

ทิศทางการระบายอากาศ  อากาศเคลื่อนที่จาก ผู้สูงอายุ และเด็ก หรือบุคคลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ อยู่ในตำแหน่งต้นทางลมหรือเหนือลม

                                                ลมสะอาดผ่านผู้ป่วยเป็นลำดับแรก พิจารณาจากตำแหน่งของหัวจ่ายลม หน้ากากลมกลับ ความเร็วลมที่จ่าย และความสามารถของพัดลมดูดลมกลับ ซึ่งเป็นตัวกำหนดให้ทิศทางการไหลของอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐาน

                                                ควบคุมทิศทางการไหลของอากาศการกรองด้วยแผงกรองอากาศ

อัตราการระบายอากาศ     อัตราการระบายอากาศต่อชั่วโมง (Airchange per hour : ACH)

อัตราของลมหมุนเวียนในห้อง 6 ACH

อากาศระบายทิ้ง ไม่น้อยกว่า 1 ACH

อัตราการเติมอากาศ       อัตราการเติมอากาศจากภายนอกเข้ามาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง

(2 ACH)

จุดนำอากาศเข้า จะต้องห่างจากจุดปล่อยอากาศเสีย อย่างน้อย 10 เมตร

ควรอยู่เหนือพื้นดินอย่างน้อย 3 ฟุต

ตาราง อัตราการนำเข้าอากาศภายนอก อัตราการหมุนเวียนอากาศภายใน และความดันสัมพัทธ์

พื้นที่ใช้สอยบ้านเทียบเคียงกับพื้นที่ใช้สอยของโรงพยาบาล อัตราการนำเข้าอากาศภายนอกไม่น้อยกว่าจำนวนเท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง อัตราการหมุนเวียนอากาศภายในห้องไม่น้อยกว่าจำนวนเท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง ความดันสัมพันธ์กับพื้นที่ข้างเคียง
ห้องนอน : ห้องพักผู้ป่วย 2 6 สูงกว่า
ห้องนอนสำหรับผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ : ห้องแยกผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ 2 12 ต่ำกว่า

(Negative Pressure)

ห้องนอนสำหรับผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ : ห้องแยกผู้ป่วยปลอดเชื้อ -Nursery 2 – 5 12 สูงกว่า

(Positive Pressure)

โถงหน้าห้อง : บริเวณพักคอยสำหรับแผนกผู้ป่วยนอกและฉุกเฉิน 2 12 ต่ำกว่า
พื้นที่ทั่วๆไป : แผนกผู้ป่วยนอก 2 12 ต่ำกว่า

 

การกรองอากาศ                 ประเภทของแผงกรองอากาศ เป็นประเภทที่ 4 หรือ MERV 7 มีประสิทธิภาพการกรองไม่ต่ำกว่า 25 % และแผงกรองอากาศ เป็นประเภทที่ 2 หรือ MERV 14 มีประสิทธิภาพการกรองไม่ต่ำกว่า 90 %

ตาราง อัตราการนำเข้าอากาศภายนอก อัตราการหมุนเวียนอากาศภายใน และความดันสัมพัทธ์

พื้นที่ใช้สอยบ้านเทียบเคียงกับพื้นที่ใช้สอยของโรงพยาบาล จำนวนชั้นขั้นต่ำ ประเภทแผงกรองอากาศชั้นที่ 1* ประเภทแผงกรองอากาศชั้นที่ 2*
ห้องนอนสำหรับผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ : ห้องผ่าตัด 2 4 1

ติดตั้งที่ช่องดูดลมออก (ในกรณีเป็นห้องผ่าตัด ติดตั้งที่ช่องจ่ายลม)

ห้องนอนสำหรับผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ : หอผู้ป่วยหนัก (ICU) ห้องรักษาผู้ป่วย ห้องเด็กแรกคลอด บริเวณพักคอยผู้ป่วยนอก 2 4 2
ห้องทั่วไป : ห้องพักผู้ป่วย ทางเดินหน้าห้องผู้ป่วย พื้นที่เตรียมอาหาร ซักรีด 1 4

 

ตาราง ประเภทแผงกรองอากาศและประสิทธิภาพ*

ประเภท ประสิทธิภาพขั้นต่ำ มาตรฐานการทดสอบ
1 99.97%

MERV 17

HEPA 99.97% efficiency on 0.3 μ particle, IEST Type

A ASHRAE Standard 52.

2 90 – 95%

MERV 14

ASHRAE Standard 52.1 (Dust Spot)

ASHRAE Standard 52.2

3 80 – 90%

MERV 13

ASHRAE Standard 52.1 (Dust Spot)

ASHRAE Standard

4 25 – 30%

MERV 7

ASHRAE Standard 52.1 (Dust Spot)

ASHRAE Standard

MERV = Minimum Efficiency Reporting Value ตามมาตรฐาน ASHRAE 52.2

 

ระบบแสงสว่าง                ระบบแสงสว่างธรรมชาติ (Daylight)

                                                การใช้ UVGI (Ultraviolet germicidal irradiation)

งานระบบสำคัญ                  1 อุปกรณ์ดูดอากาศ

2 ระบบแผ่นกรองอากาศ

3 ระบบปรับอากาศ

4 ระบบการฆ่าเชื้อ

หมายเหตุ: เครื่องปรับอากาศ ท่อลม และระบบการระบายอากาศแยกเป็นอิสระจากพื้นที่ส่วนอื่น

วัสดุพื้นผิวภายใน           ผิวเรียบทำความสะอาดง่าย

2 ห้องก่อนห้องแยก (Anteroom)  ของห้องผู้สูงอายุ และเด็ก หรือบุคคลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ระบบห้อง                             ห้องความดันบวก (Positive Pressure) ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อออกไปภายนอกห้อง

เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมสถาปนิก สหรัฐอเมริกา (AIA) สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศสหรัฐอเมริกา (ASHRAE) วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และสมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย

Negative Pressure           ความดันภายในห้อง > ความดันภายนอกหรือบริเวณโดยรอบ

Space Requirement        พื้นที่พักขยะ อ่างล้างมือ และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับอุปกรณ์ที่จำเป็น

อุณหภูมิ ความชื้น          อุณหภูมิ 21– 270C ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 60 %                             

ความดัน                               กำหนดความดันของอากาศภายในห้องเมื่อเทียบกับบริเวณภายนอกโดยรอบ เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่เข้ามาในห้อง

                                    Positive Pressure: ความดันอากาศของห้องก่อนห้องแยก (Anteroom) มากกว่าความดันบริเวณภายนอก

การปิดรูรั่ว (Seal)                จำกัดรูรั่ว มียางขอบประตูหน้าต่าง โดยขนาดของรูรั่วทั้งหมดในห้องจะต้องรวมกันแล้วไม่มากกว่า 40 ตารางนิ้ว

อัตราการระบายอากาศ     อัตราการระบายอากาศต่อชั่วโมง (Airchange per hour : ACH)

1 อัตราลมหมุนเวียนในห้อง > 10 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (10 ACH)

2 อัตราลมระบายทิ้ง 5 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (5 ACH)

อัตราการเติมอากาศ       1 มีการเติมอากาศจากภายนอกเข้ามาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (2ACH) โดยอากาศที่เติมเข้ามามีการปรับอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 24 – 250C ความชื้นสัมพัทธ์ < 60% และมีการกรองอากาศที่เติมเข้ามาด้วยแผงกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ 25% และ 90%

2 จุดนำอากาศเข้า จะต้องห่างจากจุดปล่อยอากาศเสีย อย่างน้อย 10 เมตร

3 ควรอยู่เหนือพื้นดินอย่างน้อย 3 ฟุต

การกรองอากาศ                 1 ประเภทของแผงกรองอากาศ เป็นประเภทที่ 1 หรือ MERV 17 คือ HEPA filter มีประสิทธิภาพการกรองไม่ต่ำกว่า 99.97%

                                                2 อากาศที่ปล่อยทิ้งมีการกรองด้วยแผงกรองอากาศประสิทธิภาพสูง 25% 90% และ 99.97% (HEPA filter) รวมทั้งฆ่าเชื้อด้วยระบบ UVGI ก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก โดยท่อระบายอากาศทิ้งเหนืออาคาร

เอกสารอ้างอิง

[1] พ.ญ. จริยา แสงสัจจา, ทรงยศ ภารดี. คู่มือการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคารสถานพยาบาล สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, 2550.

[2] แพทย์หญิงศรีประภา เนตรนิยม, และคณะผู้แปลในกรมควบคุมโรค กองวัณโรค. แนวทางการใช้ UV ทำลายเชื้อโรค แปลจากหนังสือ Guide to using germicidal UV โดยกองวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์, 2562.

[3] กลุ่มส่งเสริมมาตรฐานวิศวกรรม กองวิศวกรรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. ตู้ควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจุดพ่นยา: Respiratory Disease Control. นนทบุรี.

[4] รองศาสตราจารย์ ดร. จุฑามาศ โชติบาง, และคณะทำงานโครงการหน่วยวิชาการการสร้างเสริมศักยภาพชุมชนท้องถิ่นในการดูแลเด็กปฐมวัย: พื้นที่ภาคเหนือ (COACT) โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). การพัฒนานวัตกรรมในการพัฒนาคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ภาคเหนือ.

[5] ศาสตราภิชาน ทวี เวชพฤติ. การระบายอากาศของห้องคนไข้ แบบแยกเดี่ยว: Isolation Room Ventilation. กรุงเทพมหานคร: สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย.

คู่มือแนวทางการปรับปรุงบ้านเพื่อเป็นห้องพักผู้ป่วย (Cohort Ward) ในการกักตัวเองที่บ้าน

คู่มือแนวทางการปรับปรุงบ้านเพื่อเป็นห้องพักผู้ป่วย (Cohort Ward) ในการกักตัวเองที่บ้าน (Home Quarantine: ห้องแยกโรคผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ (AIIR (Airborne Infection Isolation Room))

กลุ่มผู้ใช้งานหลัก                 ผู้ป่วยโรคคิดต่อทั่วไป, ผู้ป่วยโรคติดต่อทางเดินหายใจ

โดยอ้างอิงมาตรฐานห้องแยกโรคผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ : AIIR (Airborne Infection Isolation Room) ของโรงพยาบาล

รูปแบบการแพร่กระจาย   1 การแพร่กระจายเชื้อทางอากาศหรือฝอยละอองขนาดเล็ก (Aerosol)

  • อนุภาคขนาด < 5 ไมครอน สามารถแขวนลอยในอากาศได้นาน โดยไม่ตกลงสู่พื้น
  • อนุภาคขนาด 1 – 5 ไมครอน มีอัตราตกสู่พื้น 1 หลาต่อชั่วโมง

2 ผิวสัมผัส

หลักการสำคัญ                    1 Administrative Controls

2 Environmental Controls*** เป็นหลักการสำคัญในการปรับปรุงที่พักอาศัย

3 Respiratory – Protection Controls

Environmental Controls***

1 ห้องพักผู้ป่วย (Cohort Ward) ในการกักตัวเองที่บ้าน (Home Quarantine: ห้องแยกโรคผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ (AIIR (Airborne Infection Isolation Room))

ระบบห้อง                             ห้องความดันลบ (Negative Pressure) ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อออกไปภายนอกห้อง

เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมสถาปนิก สหรัฐอเมริกา (AIA) สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศสหรัฐอเมริกา (ASHRAE) วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และสมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย

Negative Pressure           1 ความดันภายในห้อง < ความดันภายนอกหรือบริเวณโดยรอบ

2 อากาศภายนอกเข้าสู่ภายในห้องได้เพียงอย่างเดียว

3 ไม่ให้อากาศภายในห้องออกสู่ภายนอก

Space Requirement        ห้องแยกโรคที่แพร่กระจายเชื้อทางอากาศ (Airborne Infection Isolation Room: AIIR) + ห้องน้ำ

ห้องก่อนห้องแยก (Anteroom) + พื้นที่พักขยะ

โถงทางเดิน

อุณหภูมิ ความชื้น           แบบที่ 1 ห้องพักผู้ป่วย (Cohort Ward) (เทียบเคียงมาตรฐาน ห้องผ่าตัด)

อุณหภูมิ 17 – 270C ความชื้นสัมพัทธ์ 45-55%

แบบที่ 2 ห้องพักผู้ป่วย (Cohort Ward) (เทียบเคียงมาตรฐาน ห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU))

อุณหภูมิ 21– 270C ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 60 %                             

ความดัน                               กำหนดความดันของอากาศภายในห้องเมื่อเทียบกับบริเวณภายนอกโดยรอบ เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่ออกนอกห้อง

                                    Negative Pressure: ความดันอากาศของห้องผู้ป่วยไม่น้อยกว่า -5 ปาสคาล ส่วนบริเวณโดยรอบหรือห้องก่อนเข้าถึงห้องผู้ป่วยไม่น้อยกว่า -2.5 ปาสคาล

การปิดรูรั่ว (Seal)                จำกัดรูรั่ว มียางขอบประตูหน้าต่าง โดยขนาดของรูรั่วทั้งหมดในห้องจะต้องรวมกันแล้วไม่มากกว่า 40 ตารางนิ้ว

การหมุนเวียนอากาศกลับมาใช้ใหม่ (Recirculation)                 หมุนเวียนอากาศกลับมาใช้ใหม่ได้ต่อเมื่ออากาศที่หมุนเวียนนั้นผ่านการกรองด้วย HEPA filter

ตาราง แสดงคุณลักษณะทางวิศวกรรมของพื้นที่ที่สำคัญในสถานพยาบาลเปรียบเทียบกับบ้านพักอาศัยที่ประยุกต์ใช้เพื่อการกักตัว (Quarantine)

Specification ห้องทั่วไป : All Room ห้องพักผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ: PE room (Protective Environment Room) Critical care room Isolation anteroom Operating room
Air pressure Negative Positive Positive, Negative, or Neutral Positive or Negative Positive
Room air changes > 6 ACH

(for existing rooms)

> 12 ACH

(for renovation or new construction)

> 12 ACH > 6 ACH > 10 ACH > 15 ACH
Sealed Yes Yes No Yes Yes
Filtration supply 90% (dust- spot ASHRAE 52.1 1992) 99.97%

(HEPA filter)

> 90%

Yes

> 90%

No

> 90%

Yes

Recirculation No** Yes

Remark: * ในห้องผ่าตัดบางประเภทเช่นห้องผ่าตัดทาง ออโธปิดิกส์ ต้องใช้ HEPA filter

** สามารถ Recirculation ได้โดยผ่าน HEPA filter ก่อนที่อากาศจะหมุนเวียนกลับมาในห้อง

อากาศที่ระบายทิ้ง              1 ไม่ระบายอากาศที่มีการปนเปื้อนไปในตำแหน่งชุมชนที่มีผู้คน อาคารอื่น หรือย้อนกลับเข้าสู่อาคาร

2 การระบายทิ้งจะต้องผ่านแผงกรองอากาศระดับ HEPA filter ก่อนปล่อยทิ้ง

3 จุดระบายอากาศต้องอยู่ห่างจากจุดนำอากาศเข้ามากกว่า 25 ฟุต

4 ห้ามต่อท่อลมระบายอากาศทิ้งจากห้องแยกผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศกับท่อลมอื่นๆ

ทิศทางการระบายอากาศ  1 ระบบลม ระบบปรับอากาศ และระบายอากาศแยกออกจากพื้นที่อื่นโดยเด็ดขาด

2 อากาศเคลื่อนที่เข้าหาผู้ป่วย โดยผู้ป่วยอยู่ในตำแหน่งปลายทางลมหรือใต้ลม

3 ทิศทางการไหลของอากาศภายในห้อง กำหนดให้ลมที่จ่ายมาผ่านคนปกติก่อนเคลื่อนไปสู่ผู้ป่วย โดยตำแหน่งของหัวจ่ายลมอยู่ใกล้ประตูทางเข้า และแผงรับลมกลับอยู่ที่บริเวณหัวเตียงของผู้ป่วยในระดับใกล้พื้น ขอบล่างของแผงลมกลับสูงจากพื้นประมาณ 10 เซนติเมตร (การพิจารณาจากตำแหน่งของหัวจ่ายลม หน้ากากลมกลับ ความเร็วลมที่จ่าย และความสามารถของพัดลมดูดลมกลับ เป็นตัวกำหนดให้ทิศทางการไหลของอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐาน)

                                                4 ใช้การระบายอากาศเฉพาะที่ (Local exhaust ventilation) จาก hoods

อัตราการระบายอากาศ     อัตราการระบายอากาศต่อชั่วโมง (Airchange per hour : ACH)

1 อัตราลมหมุนเวียนในห้องไม่น้อยกว่า 12 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (12 ACH)

2 อัตราลมระบายทิ้ง 5 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (5 ACH)

ตาราง Air Changes per Hours (ACH) and time in minutes required for removal efficiencies of 90%, 99% and 99.9% of airborne contaminants

ACH Minutes required for a removal efficiency of:
90% 99% 99.9%
1 138 276 414
2 69 138 207
3 46 92 138
4 35 69 104
5 28 55 83
6 23 46 69
7 20 39 59
8 17 35 52
9 15 31 46
10 14 28 41
11 13 25 38
12 12 23 35
13 11 21 32
14 10 20 30
15 9 18 28
16 9 17 26
17 8 16 24
18 8 15 23
19 7 15 22
20 7 14 21
25 6 11 17
30 5 9 14
40 3 7 10
45 3 6 9
50 3 6 8

 

อัตราการเติมอากาศ       1 มีการเติมอากาศจากภายนอกเข้ามาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (2ACH) โดยอากาศที่เติมเข้ามามีการปรับอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 24 – 250C ความชื้นสัมพัทธ์ < 60% และมีการกรองอากาศที่เติมเข้ามาด้วยแผงกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ 25% และ 90%

2 จุดนำอากาศเข้า จะต้องห่างจากจุดปล่อยอากาศเสีย อย่างน้อย 10 เมตร

3 ควรอยู่เหนือพื้นดินอย่างน้อย 3 ฟุต

ตาราง อัตราการนำเข้าอากาศภายนอก อัตราการหมุนเวียนอากาศภายใน และความดันสัมพัทธ์

พื้นที่ใช้สอยบ้านเทียบเคียงกับพื้นที่ใช้สอยของโรงพยาบาล อัตราการนำเข้าอากาศภายนอกไม่น้อยกว่าจำนวนเท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง อัตราการหมุนเวียนอากาศภายในห้องไม่น้อยกว่าจำนวนเท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง ความดันสัมพันธ์กับพื้นที่ข้างเคียง
ห้องนอน : ห้องพักผู้ป่วย 2 6 สูงกว่า
ห้องนอนสำหรับผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ : ห้องแยกผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ 2 12 ต่ำกว่า

(Negative Pressure)

ห้องนอนสำหรับผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ : ห้องแยกผู้ป่วยปลอดเชื้อ -Nursery 2 – 5 12 สูงกว่า

(Positive Pressure)

โถงหน้าห้อง : ห้องตรวจรักษาผู้ป่วย 2 6 สูงกว่า
พื้นที่ทั่วๆไป : แผนกผู้ป่วยนอก 2 12 ต่ำกว่า

การกรองอากาศ 1 ประเภทของแผงกรองอากาศ เป็นประเภทที่ 1 หรือ MERV 17 คือ HEPA filter มีประสิทธิภาพการกรองไม่ต่ำกว่า 99.97%

                                                2 อากาศที่ปล่อยทิ้งมีการกรองด้วยแผงกรองอากาศประสิทธิภาพสูง 25% 90% และ 99.97% (HEPA filter) รวมทั้งฆ่าเชื้อด้วยระบบ UVGI ก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก โดยท่อระบายอากาศทิ้งเหนืออาคาร

ตาราง อัตราการนำเข้าอากาศภายนอก อัตราการหมุนเวียนอากาศภายใน และความดันสัมพัทธ์

พื้นที่ใช้สอยบ้านเทียบเคียงกับพื้นที่ใช้สอยของโรงพยาบาล จำนวนชั้นขั้นต่ำ ประเภทแผงกรองอากาศชั้นที่ 1* ประเภทแผงกรองอากาศชั้นที่ 2*
ห้องนอนสำหรับผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ : ห้องผ่าตัด 2 4 1

ติดตั้งที่ช่องดูดลมออก (ในกรณีเป็นห้องผ่าตัด ติดตั้งที่ช่องจ่ายลม)

ห้องนอนสำหรับผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ : หอผู้ป่วยหนัก (ICU) ห้องรักษาผู้ป่วย ห้องเด็กแรกคลอด บริเวณพักคอยผู้ป่วยนอก 2 4 2
ห้องทั่วไป : ห้องพักผู้ป่วย ทางเดินหน้าห้องผู้ป่วย พื้นที่เตรียมอาหาร ซักรีด 1 4

 

ตาราง ประเภทแผงกรองอากาศและประสิทธิภาพ*

ประเภท ประสิทธิภาพขั้นต่ำ มาตรฐานการทดสอบ
1 99.97%

MERV 17

HEPA 99.97% efficiency on 0.3 μ particle, IEST Type

A ASHRAE Standard 52.

2 90 – 95%

MERV 14

ASHRAE Standard 52.1 (Dust Spot)

ASHRAE Standard 52.2

3 80 – 90%

MERV 13

ASHRAE Standard 52.1 (Dust Spot)

ASHRAE Standard

4 25 – 30%

MERV 7

ASHRAE Standard 52.1 (Dust Spot)

ASHRAE Standard

MERV = Minimum Efficiency Reporting Value ตามมาตรฐาน ASHRAE 52.2

 

ระบบแสงสว่าง                Daylight

การใช้ UVGI (Ultraviolet germicidal irradiation) ในการฆ่าเชื้อภายในห้องปิด โดยกำหนดระยะเวลา และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง

งานระบบสำคัญ                  1 อุปกรณ์ดูดอากาศ – ระบบระบายอากาศ

2 ระบบแผ่นกรองอากาศ

3 ระบบปรับอากาศ

4 ระบบการฆ่าเชื้อ

5 ระบบหรืออุปกรณ์ปิดรอยต่อ หรือรอยรั่ว (Seal Material)

วัสดุพื้นผิวภายใน           ผิวเรียบทำความสะอาดง่าย

2 ห้องก่อนห้องแยก (Anteroom)  ห้องแยกโรคผู้ป่วยแพร่เชื้อทางอากาศ (AIIR (Airborne Infection Isolation Room))

ระบบห้อง                             ห้องความดันลบ (Negative Pressure) ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อออกไปภายนอกห้อง

เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมสถาปนิก สหรัฐอเมริกา (AIA) สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศสหรัฐอเมริกา (ASHRAE) วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และสมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย

Negative Pressure           1 ความดันภายในห้อง < ความดันภายนอกหรือบริเวณโดยรอบ

2 อากาศภายนอกเข้าสู่ภายในห้องได้เพียงอย่างเดียว

3 ไม่ให้อากาศภายในห้องออกสู่ภายนอก

Space Requirement        พื้นที่พักขยะ อ่างล้างมือ และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการถอดอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย

อุณหภูมิ ความชื้น          อุณหภูมิ 21– 270C ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 60 %                             

ความดัน                               กำหนดความดันของอากาศภายในห้องเมื่อเทียบกับบริเวณภายนอกโดยรอบ เพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่ออกนอกห้อง

                                    Negative Pressure: ความดันอากาศของห้องก่อนห้องแยก (Anteroom)                     ไม่น้อยกว่า -2.5 ปาสคาล

การปิดรูรั่ว (Seal)                จำกัดรูรั่ว มียางขอบประตูหน้าต่าง โดยขนาดของรูรั่วทั้งหมดในห้องจะต้องรวมกันแล้วไม่มากกว่า 40 ตารางนิ้ว

 

อัตราการระบายอากาศ     อัตราการระบายอากาศต่อชั่วโมง (Airchange per hour : ACH)

1 อัตราลมหมุนเวียนในห้อง > 10 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (10 ACH)

2 อัตราลมระบายทิ้ง 5 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (5 ACH)

ตาราง Air Changes per Hours (ACH) and time in minutes required for removal efficiencies of 90%, 99% and 99.9% of airborne contaminants

ACH Minutes required for a removal efficiency of:
90% 99% 99.9%
1 138 276 414
2 69 138 207
3 46 92 138
4 35 69 104
5 28 55 83
6 23 46 69
7 20 39 59
8 17 35 52
9 15 31 46
10 14 28 41
11 13 25 38
12 12 23 35
13 11 21 32
14 10 20 30
15 9 18 28
16 9 17 26
17 8 16 24
18 8 15 23
19 7 15 22
20 7 14 21
25 6 11 17
30 5 9 14
40 3 7 10
45 3 6 9
50 3 6 8

 

อัตราการเติมอากาศ       1 มีการเติมอากาศจากภายนอกเข้ามาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (2ACH) โดยอากาศที่เติมเข้ามามีการปรับอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 24 – 250C ความชื้นสัมพัทธ์ < 60% และมีการกรองอากาศที่เติมเข้ามาด้วยแผงกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ 25% และ 90%

2 จุดนำอากาศเข้า จะต้องห่างจากจุดปล่อยอากาศเสีย อย่างน้อย 10 เมตร

3 ควรอยู่เหนือพื้นดินอย่างน้อย 3 ฟุต

การกรองอากาศ                 1 ประเภทของแผงกรองอากาศ เป็นประเภทที่ 1 หรือ MERV 17 คือ HEPA filter มีประสิทธิภาพการกรองไม่ต่ำกว่า 99.97%

                                                2 อากาศที่ปล่อยทิ้งมีการกรองด้วยแผงกรองอากาศประสิทธิภาพสูง 25% 90% และ 99.97% (HEPA filter) รวมทั้งฆ่าเชื้อด้วยระบบ UVGI ก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก โดยท่อระบายอากาศทิ้งเหนืออาคาร

3 ห้องโถงทางเดินหน้าห้องผู้ป่วย  

ระบบห้อง                             ห้องความดันปกติ (Neutral Pressure) ความดันของอากาศเท่ากับบรรยากาศภายนอก    มีเครื่องปรับอากาศแยกจากห้องผู้ป่วย และห้องก่อนห้องผู้ป่วย (Anteroom)

Neutral Pressure              ความดันภายในห้อง = ความดันภายนอกหรือบริเวณโดยรอบ

Space Requirement        เพื่อการสัญจร

อุณหภูมิ ความชื้น          อุณหภูมิ 250C ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่า 60%     

ความดัน                               Neutral Pressure: ความดันอากาศภายนอกหรือบริเวณโดยรอบ

การปิดรูรั่ว (Seal)                จำกัดรูรั่ว มียางขอบประตูหน้าต่าง โดยขนาดของรูรั่วทั้งหมดในห้องจะต้องรวมกันแล้วไม่มากกว่า 40 ตารางนิ้ว

 

อัตราการระบายอากาศ     อัตราการระบายอากาศต่อชั่วโมง (Airchange per hour : ACH)

อัตราลมหมุนเวียนในห้องไม่น้อยกว่า 4 เท่าของปริมาตรห้องต่อชั่วโมง (4 ACH)

ตาราง Air Changes per Hours (ACH) and time in minutes required for removal efficiencies of 90%, 99% and 99.9% of airborne contaminants

ACH Minutes required for a removal efficiency of:
90% 99% 99.9%
1 138 276 414
2 69 138 207
3 46 92 138
4 35 69 104
5 28 55 83
6 23 46 69
7 20 39 59
8 17 35 52
9 15 31 46
10 14 28 41
11 13 25 38
12 12 23 35
13 11 21 32
14 10 20 30
15 9 18 28
16 9 17 26
17 8 16 24
18 8 15 23
19 7 15 22
20 7 14 21
25 6 11 17
30 5 9 14
40 3 7 10
45 3 6 9
50 3 6 8

 

เอกสารอ้างอิง

[1] พ.ญ. จริยา แสงสัจจา, ทรงยศ ภารดี. คู่มือการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคารสถานพยาบาล สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, 2550.

[2] แพทย์หญิงศรีประภา เนตรนิยม, และคณะผู้แปลในกรมควบคุมโรค กองวัณโรค. แนวทางการใช้ UV ทำลายเชื้อโรค แปลจากหนังสือ Guide to using germicidal UV โดยกองวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์, 2562.

[3] กลุ่มส่งเสริมมาตรฐานวิศวกรรม กองวิศวกรรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. ตู้ควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจุดพ่นยา: Respiratory Disease Control. นนทบุรี.

[4] รองศาสตราจารย์ ดร. จุฑามาศ โชติบาง, และคณะทำงานโครงการหน่วยวิชาการการสร้างเสริมศักยภาพชุมชนท้องถิ่นในการดูแลเด็กปฐมวัย: พื้นที่ภาคเหนือ (COACT) โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). การพัฒนานวัตกรรมในการพัฒนาคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ภาคเหนือ.

[5] ศาสตราภิชาน ทวี เวชพฤติ. การระบายอากาศของห้องคนไข้ แบบแยกเดี่ยว: Isolation Room Ventilation. กรุงเทพมหานคร: สมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย.

หลอด UVC กับโรคอุบัติใหม่ (Emerging Disease) COVID-19

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลอด UVC กับโรคอุบัติใหม่ (Emerging Disease) COVID – 19

ความตระหนกจากการระบาดใหญ่ (Pandemic) ของ Coronavirus หรือ COVID – 19 ส่งผลให้ประชาชนมีความตื่นตัวในการเฝ้าระวังและป้องกันตนเอง อุปกรณ์ที่มีความสามารถในการป้องกันหรือเพื่อฆ่าเชื้อมีความสำคัญเพิ่มขึ้น เนื่องจาก COVID – 19 เป็นโรคอุบัติใหม่ ในช่วงแรกจึงยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าสามารถติดต่อกันได้อย่างไร ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มี.ค. องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ติดต่อกันจากการที่ผู้ติดเชื้อไอ จาม หรือพูด ซึ่งทำให้คนอื่น ๆ ในระยะไม่เกิน 1 เมตร หายใจเอาละอองฝอยของสารคัดหลั่ง (Droplets) เข้าไป

ระดับของการแพร่กระจายของเชื้อโรค เกิดจาก

1 การแพร่กระจายโดยการสัมผัส (Contact transmission) ได้แก่ การสัมผัสทางตรง (Direct contact transmission) การสัมผัสโดยอ้อม (Indirect contact transmission)

2 การแพร่กระจายโดยละอองฝอยน้ำมูกน้ำลาย (Droplet transmission) เป็นวิธีการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคจากละอองฝอย เสมหะ ที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 ไมครอนนอกจากนี้ยังติดต่อจากการสัมผัส เยื่อบุตา เยื่อบุปากและจมูก

3 การแพร่กระจายทางอากาศ (Airborne transmission) เป็นวิธีการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคที่แพร่ทางอากาศที่มีขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน

หลักในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ (Isolation precautions) คือการปฎิบัติเพื่อป้องกันมิให้ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อหรือผู้ป่วยที่ติดเชื้ออยู่แต่ไม่แสดงอาการ (Carrier หรือ colonized) แพร่ไปสู่ผู้อื่น

1 โดยการป้องกันด้วยการแยกผู้ป่วย สำหรับการ Quarantine มีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกัน คือ

  • Home Quarantine คือการให้ผู้ที่เข้าข่ายเสี่ยงกักกันที่บ้าน
  • State Quarantine คือการกักกันโรคที่ศูนย์ควบคุมโรค
  • Local Quarantine คือการกักกันโรคในท้องถิ่น

2 หลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรค โดย

  • การทำความสะอาดร่างกายและอุปกรณ์ในการใช้งานที่มีความเสี่ยงในการปนเปื้อน การลดการสัมผัสโดยการสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย แผ่นกระบังหน้า (Face shield) การสวมแจ็คเก็ตคลุมทับ
  • การปรับวิธีปฏิบัติตัวในการเลี่ยงจับหรือสัมผัสวัตถุต่างๆโดยตรง

3 การใช้ระบบกรองอากาศ การใช้แผ่นกรองอากาศ (Air Filter) กับระบบปรับอากาศ

4 การฆ่าเชื้อ หรือการทำความสะอาด ได้แก่ การทำความสะอาดบ้าน เสื้อผ้า รองเท้าและอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ใกล้ชิดหรือสัมผัสตัว เช่น การล้างมือด้วยสบู่ การใช้แอลกอฮอล์หรือเจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ ในปัจจุบันก็เพียงพอ ส่วนการฆ่าเชื้อโดยการใช้หลอด UV-C ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้ในสถานพยาบาลเพื่อสร้างห้องสะอาด (Cleanroom) และมีข้อควรระวังในการใช้งานเพื่อไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสายตาและผิวหนัง

หลอด UV – C คืออะไร ???

เป็นช่วงแสงที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่จุดเด่นคือ มีคุณสมบัติพิเศษ ที่มีความยาวคลื่นยาวกว่ารังสี XRays ทำให้มีพลังงานสูง สามารถส่องทะลุผ่านผิววัตถุได้ง่ายกว่าแสงที่เราเห็นทั่วๆ ไป

แสง UV ฆ่าเชื้อโรคได้อย่างไร?

UV แสงยูวีที่นำมาใช้ในการฆ่าเชื้อโรคนั้น เกิดมาจากการสังเคราะห์UVC ขึ้นเอง นั้นก็คือระบบ “UVGI” (Ultraviolet Germicidal Irradiation) หรือ ระบบการใช้แสงยูวีที่มีความเข้มข้นสูงพิเศษ (Germicidal Range) เพื่อฆ่าและทำลายเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็น Virus Bacteria Fungi และ Yeast & Mold ที่อยู่บนพื้นผิวและในอากาศหากเชื้อโรค ได้รับปริมาณแสง UVC ในระยะเวลาที่เพียงพอ แสงยูวีจะทะลุเข้าไปใน DNA ของเชื้อโรค ทำให้ DNAเพี้ยนไปจากปรกติ เชื้อโรคไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อได้ ก็จะตายในที่สุด ซึ่งวิธีนี้จะเป็นวิธีการทำลายเชื้อโรคชนิดรุนแรง ในขณะเดียวกันก็ส่งผลต่อผิวหนังและเยื่อบุตาของคนเช่นกัน จึงต้องเลือกใช้ ปฏิบัติใช้ และการติดตั้งอย่างเคร่งครัด

รังสีอัลตราไวโอเลต ( Ultraviolet Radiation : UV )

เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สั้น ช่วงต่อจากแสงสีม่วง (ระหว่าง Visible Spectrum กับ X-ray) เป็นรังสีที่ตาคนมองไม่เห็น และไม่สามารถรับรู้ได้อย่างคลื่นรังสีอินฟราเรด (IR) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

1 UV-A ช่วงความยาวคลื่น 315 – 380 nm รู้จักกันในนามของ “Black light”เป็นรังสีที่มีอันตรายและระคายเคืองผิวมนุษย์น้อยที่สุด สามารถนำ มาใช้เป็นประโยชน์ได้หลายด้าน เช่น การทำ Skin Tanning การรักษาโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของผิวหนัง การใช้ประโยชน์ทางด้านเคมี, ฟิสิกส์

2 UV-B ช่วงความยาวคลื่น 280 – 315 nm ก่อให้เกิดการไหม้ของผิวหนัง (Sunburn or Erythematic) ทำให้เกิดการเผาไหม้ และการอักเสบของตาดำหรือระคายเคืองตาได้ แต่มีคุณประโยชน์ในการรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้ รวมถึงการประยุกต์ ในงานอุตสาหกรรมเคมี

3 UV-C ช่วงความยาวคลื่น 100 – 280 nm เป็นรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมนุษย์ถึงขั้นรุนแรง เช่น ผิวแดงไหม้เกรียม (Erythema) หรือ เยื่อบุตาอักเสบ (Conjunctivitis) หรือตาบอด ช่วยในการฆ่าเชื้อโรคได้ โดยระดับความยาวคลื่นที่ 253.7 nm มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อมากที่สุด

Remarks: รังสีUV ทุกชนิด ควรระวังไม่ให้ถูกผิวหนังหรือตา อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ข้อจำกัด และการระวังการใช้งานหลอด UV-C

การใช้หลอดอัลตราไวโอเลต ในการฆ่าเชื้อโรค (Disinfection by UVGI Lamp – Ultra-violet Germicidal Irradiation) การฆ่าเชื้อโรคด้วยการฉายรังสี UV-C ขึ้นกับ 2 ปัจจัย คือ

  1. ความลึกในการแทรกซึม (Depth of Penetration) ของรังสีUV-C ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมาก เนื่องจากรังสี UV มีขีดจำกัดในการแทรกซึมผ่านวัตถุ (ยกเว้นนํ้าและของเหลวบางชนิด) เพราะผิวชั้นนอกของวัตถุจะดูดซับรังสีเอาไว้
  • แสง UV-C 253.7 nm ไม่สามารถทะลุผ่าน กระจก , โพลีคาร์บอเนต ไม่สะท้อนกระจกเงา
  • แสง UV-C 253.7 nm สามารถทะลุผ่านถุงพลาสติกที่ใส่อาหาร (ถุงข้าวแกง , ถุงร้อน) ได้ , แต่ความเข้มแสงลดลงตามความหนาของถุงพลาสติก
  1. อันตรายจากรังสีต่างๆ (Possible Hazardous Effects of Such Radiation) ผู้ที่รับการฉายรังสีไม่ควรได้รับรังสีมากไป แต่อย่างไรก็ดี การใช้รังสี UV-C ซึ่งได้จากหลอดฆ่าเชื้อโรคนั้น ก็มีข้อควรสังเกต ดังนี้ :
  • UV-C ต้องถูกเชื้อโรคโดยตรงเท่านั้น ถ้าเชื้อโรคซ่อนอยู่ในเงาของวัตถุ เชื้อโรคนั้นจะไม่ตาย
  • UV-C จะต้องถูกเชื้อโรคเป็นระยะเวลานานพอ (นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรค) จึงจะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ซึ่งเชื้อโรคบางชนิดทนต่อรังสี UV-C ได้นานมาก
  • UV-C ถูกดูดซึมได้ง่าย จึงควรใช้ในที่อากาศแห้ง เพราะจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด และใช้ขนาด Dose น้อยที่สุด ถ้าใช้ในอากาศชื้นมากๆ ต้องใช้ขนาด Dose เป็นสองเท่า ถ้าใช้ในน้ำดื่มธรรมดาจากนํ้าก๊อก อาจต้องใช้มากถึงสิบเท่า
  • การใช้หลอดUV-C ควรระวังไม่ให้ถูกตาและผิวหนังของคนโดยตรง ส่งผลให้ผิวหนังได้หรือตาบอดได้ (ถ้าสะท้อนจากผนัง ก็ต้องคอยระวังไม่ให้นานเกินไป) หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงโดยตรงเช่นขณะเปิดใช้งานจะต้องไม่มีคนอยู่ในบริเวณนั้นๆ และมีไฟแสดงหน้าห้องว่ามีการเปิดใช้งานหลอด UV-C เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนเข้าออกในพื้นที่การทำงานของหลอดไฟ ควรเป็นพื้นที่ระบบปิด เลือกใช้ระบบรีโมตในการเปิดปิดระยะไกล หรือใช้วิธีการเปิดปิดไฟได้สองทาง
  • การติดตั้ง ควรใช้ฐานหลอดไฟเฉพาะ ที่มีสัญลักษณ์แจ้งเตือนอันตราย เพื่อให้ผู้อื่นทราบ และเป็นจุดบ่งบอกให้ทราบว่าตำแหน่งนี้จะต้องติดตั้งหลอดไฟ UVC
  • แสง UVC มีความเข้มแสงที่ลดลง ตามระยะห่างจากแหล่งกำเนิด การลดลงไม่เป็น Linear แต่มีลักษณะความเข้มแสงที่ลดลงเป็นอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน หมายความว่าถ้าห้องมีปริมาตรขนาดใหญ่หรือมีฝ้าเพดานสูง ความเข้มแสงอาจไม่มีประสิทธิภาพพอ หรืออาจต้องเพิ่มจำนวนหลอด
  • แสงแดดช่วงกลางวัน (13.00 น.) ท้องฟ้าโปร่ง มีค่าความเข้มแสง UVC ประมาณ 12 uW/cm2 นั้น

 ประเภทหลอดฆ่าเชื้อโรค

หลอดแบบ Low-pressure Mercury-vapour Discharge Technology

  1. Tubular UVGI ทั้งแบบ Standard และ High-output
  2. Compact Single-ended UVGI

หลอดแบบ Medium-pressure Mercury-vapour มีพลังงานมากกว่า

  1. 1. High Intensity Discharge Tube

การรับรองมาตรฐานประสิทธิภาพหลอดหลอด พิจารณาจาก

กำลังการแผ่รังสีอัลตราไวโอเลตประสิทธิผลที่ระบุ (Specific effective radiant UV power) กำลังประสิทธิผลของการแผ่รังสีอัลตราไวโอเลตของหลอดสัมพันธ์กับฟลักซ์การส่องสว่าง มีการกำหนดมาตรฐานควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานโดยองค์กรต่างๆ ดังนี้

1 มาตรฐาน The International Organization for Standardization; ISO

  • มาตรฐาน ISO 15858:2016, UV-C Device
  • มาตรฐาน ISO 14644 -1: 1999 สำหรับใช้เป็นมาตรฐานสากลในการจำแนกระดับชั้นของห้องสะอาดทั่วโลก

Reference: https://www.iso.org/obp/ui/#iso:std:iso:15858:ed-1:v1:en

2 CDC (Centers for Disease Control and Prevention) มาตรฐานสำหรับใช้ในการโรงพยาบาล

3 ASHRAE (American Society of Heating, Refrigerating and Air – Conditioning Engineers) ใช้ในระบบปรับอากาศ

4 WHO (World Health Organization) ควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค

5 UL (Underwriters Laboratories) มาตรฐานของสหรัฐอเมริกาในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ พร้อมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า / อิเล็กทรอนิกส์อุปกรณ์ควบคุมอุตสาหกรรมวัสดุพลาสติกและผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

6 US Homeland Security เป็นมาตรการในการป้องกันแผ่นดินสหรัฐจากการก่อการร้าย, อุบัติภัยโดยฝีมือมนุษย์ ตลอดจนภัยพิบัติต่างๆ

Reference: https://www.isscothai.com/learning-center/uvgi-system/

http://medi.moph.go.th/km/rdc.pdf, กลุ่มส่งเสริมมาตรฐานวิศวกรรม กองวิศวกรรม    การแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

หน้าที่ของหลอด UV

มีส่วนช่วยในการป้องกัน ฆ่าเชื้อ และทำลาย DNA ของเชื้อโรค พบว่าหลอด UVC มักนำไปใช้ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องฆ่าเชื้อโรคเพื่อปรับคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality; IAQ) โดยลักษณะการใช้งานฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV ทำได้ 3 วิธี

1 การฆ่าเชื้อโรคในอากาศ (Air Disinfection) ตัวอย่างเช่น การติดตั้งบนฝ้าเพดาน (Ceiling-mounted UV Lamp), การฉายรังสีส่องไปยังฝ้าเพดานหรือส่องขึ้นด้านบน (Upper – Air Irradiation), การฉายรังสีที่บริเวณพื้นห้อง (Floor – Zone Irradiation), หรือการฉายรังสีในท่ออากาศหรือท่อลม (Air – Ducts) สำหรับระบบที่ติดตั้งในท่อลมเหมาะกับพื้นที่ที่มีการปรับอากาศ (Air Conditioning System) ข้อพึงระวังคือ ไม่ควรให้รังสีโดนตัวคน หรือส่องเข้าตาโดยตรง

2 การฆ่าเชื้อโรคที่พื้นผิวของวัตถุ (Surface Disinfection) ส่วนใหญ่ใช้ในการผลิตอาหารและยา หรือภาชนะบรรจุ

3 การฆ่าเชื้อโรคในของเหลว (Liquid Disinfection) ใช้ในการฆ่าเชื้อเพื่อผลิตน้ำดื่ม ตู้ปลา หรือสระว่ายน้ำ

เอกสารอ้างอิง

[1] พ.ญ. จริยา แสงสัจจา, ทรงยศ ภารดี. คู่มือการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคารสถานพยาบาล สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, 2550.

[2] แพทย์หญิงศรีประภา เนตรนิยม, และคณะผู้แปลในกรมควบคุมโรค กองวัณโรค. แนวทางการใช้ UV ทำลายเชื้อโรค แปลจากหนังสือ Guide to using germicidal UV โดยกองวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์, 2562.

[3] กลุ่มส่งเสริมมาตรฐานวิศวกรรม กองวิศวกรรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. ตู้ควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจุดพ่นยา: Respiratory Disease Control. นนทบุรี.

[4] รองศาสตราจารย์ ดร. จุฑามาศ โชติบาง, และคณะทำงานโครงการหน่วยวิชาการการสร้างเสริมศักยภาพชุมชนท้องถิ่นในการดูแลเด็กปฐมวัย: พื้นที่ภาคเหนือ (COACT) โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). การพัฒนานวัตกรรมในการพัฒนาคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ภาคเหนือ.

การเตรียมพร้อมบ้านหรือที่พักอาศัยในการรับมือกับสถานการณ์ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจในสถานการณ์ปัจจุบัน กลายเป็นสิ่งจำเป็น บ้านถูกปรับให้เป็นพื้นที่สะอาดเพื่อคน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกสำหรับผู้ป่วยเพื่อการกักตัว (Quarantine + Isolation) ส่วนในกลุ่มที่สอง คือ สมาชิกในบ้านที่มีความเสี่ยง ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ต้องการพื้นที่สะอาดเพื่อความปลอดภัยที่แตกต่างกัน

แนวทางการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศในที่พักอาศัย

1 Administrative Controls ประเมินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝอยละออง  การจำแนกพื้นที่ สังเกตอาการ

2 Environmental Controls คือการควบคุมแหล่งแพร่เชื้อ หรือการควบคุมอากาศโดยรอบ

3 Respiratory – Protection Controls อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย คือ respirator หรือ mask ระดับ N95 ขึ้นไป

AD.WU. SEEDCAMP 2562

AD.WU SEEDCAMP 2562 : สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ร่วมกับศูนย์บริการการศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเเละนานาชาติ ไปเมื่อวันที่ 2-4 สิงหาคม 2562 เพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตรต่างๆที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมถึงจัดกิจกรรมเเลกเปลี่ยน เรียนรู้ ทักษะด้านการเรียน การสอน เพื่อเตรียมความพร้อมให้น้องๆในระดับมันธยมศึกษาได้เตรียมพร้อมที่จะก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างมั่นใจ เเละพร้อมที่จะเรียนรู้เเละใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบได้ร่วมจัดกิจกรรม Seed Camp 2562 ภายใต้แนวคิด “สถาปัตย์ สร้างภาพ” โดยให้น้องๆ มาร่วมลงมือปฎิบัติจริง ออกแบบกันอย่างสร้างสรรค์ ในการเพ้นท์สีผนังของอาคารเรียนสถาปัตย์ฯ ทั้งนี้กิจกรรมผ่านไปด้วยความสนุกสนานเเละได้ความรู้ในการออกแบบเเละทฤษฎีต่างๆ เลยมีโอกาสนำภาพกิจกรรมที่สนุกสนานมาให้ชมกัน

หวังว่า น้องๆที่เข้ามาร่วมกิจกรรม Seed Camp 2562 จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสถาปัตย์วลัยลักษณ์ นะครับ เเล้วเจอกัน………

ขอบคุณภาพถ่ายกิจกรรมสวยๆ จากอาจารย์ทรงพันธุ์ จันทร์ทอง อาจารย์สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

AD.พร้อมใจใส่เสื้อเหลืองเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

คณาจารย์สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง และร่วมทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์ จำนวน 19 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ อาคารไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ภาพถ่าย : อาจารย์ทรงพันธุ์ จันทร์ทอง

กิจกรรม Workshop เสริมทักษะ สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้โปรแกรม Adobe Photoshop โดย คุณวจนะ ชูใจ

กิจกรรม Workshop เสริมทักษะ สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้โปรแกรม Adobe Photoshop โดย คุณวจนะ ชูใจ (Art Director & Founder :Wester Designs Co., Ltd) วันที่ 6-7 กรกฎาคม 2562 ณ อาคารปฏิบัติการทางสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
#productdesign
#productwalailak
#adwu
#design
#ออกแบบ
#ออกแบบผลิตภัณฑ์
#ออกแบบอุตสาหกรรม
#ผลิตภัณฑ์วลัยลักษณ์

ขอแสดงความยินดีกับ “นางสาวปิยาภรณ์ ศรีสน”

ขอแสดงความยินดีกับ “นางสาวปิยาภรณ์ ศรีสน” นักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรม สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับ “รางวัลพระราชทาน” ระดับอุดมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2561 ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง กระทรวงศึกษาธิการ