ส.สถาปัตย์ฯ จับมือ UNESA อินโดนีเซีย สร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ Architecture School Partners with UNESA, Indonesia to Strengthen International Collaboration

ส.สถาปัตย์ฯ จับมือ UNESA อินโดนีเซีย สร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ

ส.สถาปัตย์ฯ จับมือ UNESA อินโดนีเซีย สร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ

Architecture School Partners with UNESA, Indonesia to Strengthen International Collaboration

ส.สถาปัตย์ฯ จับมือ UNESA อินโดนีเซีย สร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ Architecture School Partners with UNESA, Indonesia to Strengthen International Collaboration

Architecture School Partners with UNESA, Indonesia to Strengthen International Collaboration

สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ ร่วมกับ Faculty of Engineering, Universitas Negeri Surabaya (UNESA) ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีการหารือและกำหนดกรอบความร่วมมือที่สำคัญเพื่อพัฒนาศักยภาพทางการศึกษาและการวิจัยร่วมกัน

The School of Architecture and Design, Walailak University, is advancing its international academic network through collaboration with the Faculty of Engineering, Universitas Negeri Surabaya (UNESA), Indonesia. The visit focused on discussions and establishing key frameworks for cooperation aimed at enhancing education and research opportunities for both institutions.

ผลสำเร็จที่เกิดจากการเยือนในครั้งนี้ ได้แก่ การจัดทำ ร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การกำหนดกิจกรรมด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษา การทำวิจัยร่วมกับคณาจารย์ และการจัดประชุมวิชาการ นอกจากนี้ยังได้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน รวมทั้งเสนอแนวทางการจัดตั้งหลักสูตรใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่และตลาดแรงงาน

Key achievements from the visit include the drafting of a Memorandum of Understanding (MOU), planning joint activities such as student and faculty exchanges, collaborative research projects, and international academic conferences. In addition, both institutions exchanged ideas on curriculum development, joint learning activities, and proposed new programs designed to meet the needs of the next generation of students and align with market demands.

ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของสำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสู่มาตรฐานสากล พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาศักยภาพและก้าวสู่เวทีนานาชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ สำนักวิชาฯ ขอขอบคุณผู้บริหารและคณาจารย์จาก UNESA ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและสนับสนุนความร่วมมือที่มีคุณค่าในครั้งนี้

This collaboration represents an important step in elevating the quality of education at the School of Architecture and Design to international standards, while providing students with valuable opportunities to develop their potential and engage confidently on the global stage. The School of Architecture and Design extends its sincere gratitude to the executives and faculty of UNESA for their warm hospitality and support in fostering meaningful cooperation.

ก้าวสู่สากล พร้อมเป็นมหาวิทยาลัยคุณภาพระดับนานาชาติ Towards Internationalization and Academic Excellence

ก้าวสู่สากล พร้อมเป็นมหาวิทยาลัยคุณภาพระดับนานาชาติ Towards Internationalization and Academic Excellence

ก้าวสู่สากล พร้อมเป็นมหาวิทยาลัยคุณภาพระดับนานาชาติ Towards Internationalization and Academic Excellence

ก้าวสู่สากล พร้อมเป็นมหาวิทยาลัยคุณภาพระดับนานาชาติ

สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เดินทางเยือน Universitas Ciputra เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อหารือและสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยร่วมกับ School of Creative Industry โดยมีการกำหนดแนวทางความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ การจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ การวิจัยร่วม ตลอดจนการจัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งสองสถาบันยังได้แลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ รวมถึงความพร้อมด้านอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับนานาชาติ

การเยือนครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของสำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการผลักดันความร่วมมือเชิงวิชาการกับต่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน การวิจัย และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมกันนี้ สำนักวิชาฯ ขอขอบคุณผู้บริหารและคณาจารย์จาก Universitas Ciputra ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

Towards Internationalization and Academic Excellence

The School of Architecture and Design, Walailak University, recently visited Universitas Ciputra in Surabaya, Indonesia, to strengthen academic and research collaboration with the School of Creative Industry. The discussion highlighted key areas of cooperation, including the drafting of a Memorandum of Understanding (MOU), student and faculty exchange, collaborative research, and the organization of international academic conferences.

In addition, both institutions exchanged ideas on curriculum development, teaching and learning innovations, and the improvement of learning environments, as well as the provision of facilities and equipment to enhance student learning in line with global standards.

This visit marks a significant milestone for the School of Architecture and Design, Walailak University, in promoting international cooperation to enhance teaching, research, and academic excellence, while providing Thai students with greater opportunities to engage on the global stage. The School extends its sincere appreciation to the executives and faculty members of Universitas Ciputra for their warm hospitality.

ADWU Goes Global! สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือนานาชาติ จัดกิจกรรม International Leadership in Education and Research Networking (i-LEARN)

ADWU Goes Global! กิจกรรม i-LEARN ณ USM,Penang ประเทศมาเลเซีย

ADWU Goes Global! กิจกรรม i-LEARN ณ USM,Penang ประเทศมาเลเซีย

ADWU Goes Global! สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือนานาชาติ จัดกิจกรรม International Leadership in Education and Research Networking (i-LEARN)
ADWU Goes Global! สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือนานาชาติ จัดกิจกรรม International Leadership in Education and Research Networking (i-LEARN)
ADWU Goes Global! สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือนานาชาติ จัดกิจกรรม International Leadership in Education and Research Networking (i-LEARN) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 17–21 เมษายน 2567 ณ School of Housing, Building, and Planning, Universiti Sains Malaysia (USM) เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการและวิจัย และวางรากฐานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม
โดยในวันที่ 17 เมษายน 2567 คณาจารย์และนักศึกษาสถาปัตย์ฯได้เข้าร่วมกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การเยี่ยมชมสตูดิโอการวางผังเมืองชั้นปีที่ 2 โดยมีคณาจารย์และนักศึกษาให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังการบรรยายจาก อ.รักสิริ รวมถึงได้เยี่ยมชมห้องสมุดของ USM และพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย
 
กิจกรรมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ และสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสถาบันอย่างแท้จริง 
 
The School of Architecture and Design, Walailak University, proudly organized the 1st International Leadership in Education and Research Networking (i-LEARN) from 17–21 April 2024 at the School of Housing, Building, and Planning, Universiti Sains Malaysia (USM), Penang 
This program aims to strengthen international collaboration through academic and research exchange, laying the foundation for long-term partnerships. On 17 April, our faculty and students visited the Year 2 Planning Studio hosted by Dr. Ruhizal and his students, joined an inspiring talk by Ms. Raksiri, and had the opportunity to explore USM’s architecture studio, library, and campus surroundings.
This visit marks an important step in expanding global academic networks and creating a truly collaborative platform for learning and research. 
 
สถาปัตย์ฯ ม.วลัยลักษณ์ ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจาก USM ประเทศมาเลเซีย

สถาปัตย์ฯ ม.วลัยลักษณ์ ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจาก USM ประเทศมาเลเซีย

สถาปัตย์ฯ ม.วลัยลักษณ์ ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจาก USM ประเทศมาเลเซีย

สถาปัตย์ฯ ม.วลัยลักษณ์ ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจาก USM ประเทศมาเลเซีย
สถาปัตย์ฯ ม.วลัยลักษณ์ ต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจาก USM ประเทศมาเลเซีย

สำนักวิชาสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้การต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจาก School of Housing, Building and Planning, Universiti Sains Malaysia (USM) เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย อย่างอบอุ่น

การเยือนในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยคณาจารย์และนักศึกษาจาก USM ได้มีโอกาสเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกของมหาวิทยาลัย เข้าร่วมการสนทนาแลกเปลี่ยนกับคณาจารย์ และร่วมกิจกรรมทางวิชาการที่เกี่ยวข้องอย่างสร้างสรรค์

ทางสำนักวิชาสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ขอขอบคุณคณาขจารย์และนักศึกษาจาก USM เป็นอย่างสูง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสในการสร้างความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองสถาบันและนักศึกษาในระยะยาว

โครงการเสนอแนวความคิดการปรับเปลี่ยนอาคารทางสถาปัตยกรรมในอนาคตที่เหมาะสมกับพื้นที่อ.เกาะสมุย

โครงการเสนอแนวความคิดการปรับเปลี่ยนอาคารทางสถาปัตยกรรมในอนาคตที่เหมาะสมกับพื้นที่อ.เกาะสมุย

โครงการเสนอแนวความคิดการปรับเปลี่ยนอาคารทางสถาปัตยกรรมในอนาคตที่เหมาะสมกับพื้นที่อ.เกาะสมุย

โครงการเสนอแนวความคิดการปรับเปลี่ยนอาคารทางสถาปัตยกรรมในอนาคตที่เหมาะสมกับพื้นที่อ.เกาะสมุย

โครงการเสนอแนวความคิดการปรับเปลี่ยนอาคารทางสถาปัตยกรรมในอนาคตที่เหมาะสมกับพื้นที่อ.เกาะสมุย โดยไม่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ ศูนย์สุราษฎร์ธานี-เกาะสมุย

เกาะสมุยตั้งอยู่นอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทยและเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ เกาะสมุยเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอยู่ในหมู่เกาะชุมพร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นประจำประมาณ 2.7 ล้านคนต่อปี ภายในระยะเวลา 5 ปีทีผ่านมา มีพื้นที่จำนวนมากที่ถูกปรับเปลี่ยนกลายเป็นรีสอร์ท  บ้านพักอาศัยหรือบ้านพักตากอากาศสำหรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุน ซึ่งเป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจากการท่องเที่ยวเป็นถือครองพื้นที่อยู่อาศัย จึงเกิดการสร้างอาคารอย่างต่อเนื่องโดยขาดการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งเวดแล้อมสำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เล็งเห็นปัญหาด้านการประสานงาน และปัญหาเชิงพื้นที่ จึงได้จัดทำแผนโครงการ เสนอแนวความคิดการปรับเปลี่ยนอาคารทางสถาปัตยกรรมในอนาคตที่เหมาะสมกับพื้นที่อ.เกาะสมุย โดยไม่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ ศูนย์สุราษฎร์ธานี-เกาะสมุย

ในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2568 กรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ศูนย์สุราษฎร์ธานี-เกาะสมุย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดโครงการศึกษาดูงานภาคสนาม สาขาสถาปัตยกรรมและกิจกรรม ณ วิทยาลัยสหวิทยาการ เกาะสมุย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรม พูดคุยแลกเปลี่ยน ในหัวข้อ “แนวความคิดการปรับเปลี่ยนอาคารทางสถาปัตยกรรมในอนาคตที่เหมาะสมกับพื้นที่อ.เกาะสมุย โดยไม่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” วิทยากรกรรมาธิการภูมิภาคทักษิณศูนย์สุราษฎร์ธานี-เกาะสมุย, คุณอรรถสิทธิ์ ศรีขุนทด บริษัท saas และนักศึกษาและคณาจารย์สำนักสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ สาขาสถาปัตยกรรม

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นโครงการที่บูรณาการการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการเพื่อสนองตอบต่อพันธกิจของมหาวิทยาลัย จึงประสานงานและได้รับความร่วมมือจากกรรมาธิการสถาปนิก เพื่อสร้างสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามเป้าหมาย SDG ข้อ 17.2.1 การมีส่วนร่วม ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ หรือ องค์กรอิสระ (NGOs) ในการกำหนดนโยบายการพัฒนาเป้าหมายที่ยั่งยืน (Relationships with regional NGOs and government for SDG policy)

 

โครงการแผนที่สื่อเรียนรู้ เส้นทางแหล่งพันธุ์ไผ่และภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้

โครงการแผนที่สื่อเรียนรู้ เส้นทางแหล่งพันธุ์ไผ่และภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้

โครงการแผนที่สื่อเรียนรู้ เส้นทางแหล่งพันธุ์ไผ่และภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้

โครงการแผนที่สื่อเรียนรู้ เส้นทางแหล่งพันธุ์ไผ่และภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้
โครงการแผนที่สื่อเรียนรู้ เส้นทางแหล่งพันธุ์ไผ่และภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้

โครงการแผนที่สื่อเรียนรู้ เส้นทางแหล่งพันธุ์ไผ่และภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้ มุ่งเน้นการศึกษา สำรวจ เก็บข้อมูลพันธุ์ไผ่ รวมถึงการอนุรักษ์พันธุ์ไผ่ในท้องถิ่นชาวบ้านเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านภูมิปัญญาชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดนครศรีธรรมราช ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับไผ่ของคนในบริบทชุมชุนนั้นๆ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ยุคใหม่ ให้ส่งเสริมกระจายความรู้ แก่นักเรียน เยาวชน นักท่องเที่ยวผู้ที่สนใจเรียนรู้พันธุ์ไม้ไผ่ท้องถิ่นในภาคใต้ และภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ดึงดูดและง่ายต่อความเข้าใจ ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมถึงการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่นให้อยู่คู่บริบทแวดล้อม และการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะให้กับพื้นที่สืบไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลพันธุ์ไผ่และบันทึกข้อมูลภูมิปัญญาชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้จังหวัดนครศรีธรรมราช ตอบโจทย์SDG ข้อ 11.2.6 และเพื่อสร้างสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบสมัยใหม่ที่เข้าใจง่าย ส่งเสริมให้นักเรียน เยาวชน หรือผู้ที่สนใจเรียนรู้พันธุ์ไม้ไผ่ท้องถิ่น และภูมิปัญญาชาวบ้านในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนผ่านสื่อกราฟฟิกเผยแพร่สู่ทางช่องทางสื่อออนไลน์ และในโครงการศูนย์สวนสะสมพันธ์ไผ่ โดยการใช้ทฤษฎีการเล่าเรื่อง (Story Telling) เพื่อถ่ายทอดเป็นสื่อ (Media) ในรูปแบบอินโฟกราฟิกเป็นการนำข้อมูลมาสรุปเป็นสารสนเทศในลักษณะของกราฟิก เพื่อสื่อความหมายที่เข้าใจง่ายตรงตามที่ผู้สื่อสาร ต้องการทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายในระยะเวลาสั้นๆ สามารถสื่อสารข้อมูลไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Audience) Generation Y และ Z

หนึ่งในกิจกกรมถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาสู่คนรุ่นใหม่ ทางโครงการได้จัดกิจกรรม WORKSHOP การออกแบบลวดลายว่าวไทยโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงภูมิปัญญาการใช้ไผ่ในการทำว่าว โดยนักศึกษาสาขาการออกแบบภายใน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

โครงการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะตามอัตลักษณ์บัณฑิต ภายใต้กิจกรรมเสริมทักษะพื้นฐานด้านศิลปะและการออกแบบภายใน เกาะแรต จ.สุราษฎร์ธานี

โครงการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะตามอัตลักษณ์บัณฑิต ภายใต้กิจกรรมเสริมทักษะพื้นฐานด้านศิลปะและการออกแบบภายใน เกาะแรต จ.สุราษฎร์ธานี

โครงการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะตามอัตลักษณ์บัณฑิต ภายใต้กิจกรรมเสริมทักษะพื้นฐานด้านศิลปะและการออกแบบภายใน เกาะแรต จ.สุราษฎร์ธานี

โครงการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะตามอัตลักษณ์บัณฑิต ภายใต้กิจกรรมเสริมทักษะพื้นฐานด้านศิลปะและการออกแบบภายใน เกาะแรต จ.สุราษฎร์ธานี
โครงการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะตามอัตลักษณ์บัณฑิต ภายใต้กิจกรรมเสริมทักษะพื้นฐานด้านศิลปะและการออกแบบภายใน เกาะแรต จ.สุราษฎร์ธานี

ชุมชนบ้านเกาะแรต เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ในอ่าวบ้านดอน จากคำบอกเล่าเมื่อประมาณ 200 กว่าปี ได้มีชาวจีนอพยพมาจากเกาะไหหลำ ประเทศจีน โดยใช้เรือสำเภาขนาดใหญ่และขนาดเล็กเป็นพาหนะในการเดินทาง มีชาวจีนกลุ่มหนึ่งแวะพักที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ และได้สำรวจดูความเหมาะสมเพื่อใช้เป็นที่พักพิงทำมาหากินจึงตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และยึดอาชีพการประมงทั้งหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน ในสมัยก่อนการเดินทางการเดินทางต้องนั่งเรือมาจากฝั่งระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ในปัจจุบันมีสะพานข้ามชื่อว่า “สะพานเฉลิมสิริราช” เป็นสะพานข้ามทะเล หนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยชาวบ้านที่เดือดร้อน ให้มีเส้นทางคมนาคม

ชุมชนบ้านเกาะแรต อยู่ในทำเลที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน และมีบริการโฮมสเตย์เล็ก ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว มีเส้นทางชมวิวสำหรับดูปลาโลมาที่มาเล่นน้ำ และดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าหรือพระอาทิตย์ตกตอนเย็น ในช่วงน้ำแห้งสามารถเดินไปยังพื้นที่เกาะแรตได้ และชาวบ้านหลาย ๆ ท้องที่ จะมาหาหอย กุ้ง ปูเป็นจำนวนมาก หรือเจาะหอยตามโขดหิน

โดยทาง CMO Museum และ Eco Group และสำนักวิชาสถาปัตยกรรมภายใน มหาลัยวลัยลักษณ์ ได้มีแนวทางร่วมกันที่จะพัฒนาชุมชุม ภายใต้หัวข้อ “แรตพอไหม ไม่พอตามเราเกาะแรต” โดยมีหลายกิจกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งทางสำนักวิชาสถาปัตยกรรม มหาลัยวลัยลักษณ์ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินการในส่วนของ Wall Painting ซึ่งเป็นถ่ายทอดการเล่าเรื่องถึงรูปแบบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ออกมาเป็นภาพเพื่อเป็นการแสดงออกถึงการอนุรักษ์ชุมชมและศิลปวัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวรวมถึงชาวบ้านในชุมชนได้เข้าใจและตระหนักถึงวิถีภูมิปัญญาของชาวชุมชนเกาะแรต โดยกำหนดพื้นที่ ไว้ตรงบริเวณ แท้งค์เก็บน้ำ ภายในโรงเรียนบ้านเกาะแรต ตำบลดอนสัก  อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2566  โดยมีการดำเนินการที่ให้นักศึกษาลงพื้นที่สำรวจและรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับวิธีชีวิตและทำการวิเคราะห์ จนนำไปสู่การถ่ายทอดสู่กระบวนการออกแบบร่าง โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างนักศึกษาและชุมชนบ้านเกาะแรตและนำไปสู่การทำงาน

ผลการดำเนินการ

            ทางคณาจารย์และนักศึกษาได้ดำเนินการลงพื้นที่เพื่อสำรวจและสอบถามข้อมูลกับชาวบ้านในพื้นที่เพื่อให้เล่าถึงประวัติความเป็นมาและวิถีชีวิตภูมิปัญญาต่างๆ โดยได้ทำการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลงานออกมาเป็นแบบร่างและนำไปให้ทางชุมชนได้ให้คำแนะนำและนำผลที่ได้ปรับปรุงเป็นแบบสุดท้ายเพื่อนำไปทำ Wall Painting ต่อไป โดยในการดำเนินการลงทำกิจกรรมทางทีมงานได้มีการเชิญเด็กๆในชุมชนและทีมเจ้าหน้าที่ของ CMO museum เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมกันทั้งในชุมชน กลุ่มผู้จัดกิจกรรม และมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในชุมชนได้เป็นอย่างดี

สรุปผลกิจกรรม

จากการดำเนินการข้างต้นทำให้ชาวบ้านในชุมชนรวมทั้งเด็กๆ เจ้าหน้าที่และนักศึกษา ได้เข้าใจและตระหนักถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ความเป็นมาเป็นไปของชาวเกาะแรต โดยในภาพ Wall Painting จะเน้นถึงลักษณะเด่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อสารเข้าใจได้ง่าย สำหรับทุกคนทั้งคนในพื้นที่รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ผ่านผ่านไปผ่านมารอบเกาะ ถือว่าการดำเนินการของกิจกรรมครั้งนี้ประสบผลการสำเร็จและผ่านไปได้ด้วยดี  

หัวข้อที่ 1 โครงการจัดทำแผนพัฒนาเกาะหลีเป๊ะ ภาคประชาชน The project to develop a community-based development plan for Koh Lipe

โครงการจัดทำแผนพัฒนาเกาะหลีเป๊ะ ภาคประชาชน The project to develop a community-based development plan for Koh Lipe

โครงการจัดทำแผนพัฒนาเกาะหลีเป๊ะ ภาคประชาชน The project to develop a community-based development plan for Koh Lipe

หัวข้อที่ 1 โครงการจัดทำแผนพัฒนาเกาะหลีเป๊ะ ภาคประชาชน The project to develop a community-based development plan for Koh Lipe
หัวข้อที่ 1 โครงการจัดทำแผนพัฒนาเกาะหลีเป๊ะ ภาคประชาชน The project to develop a community-based development plan for Koh Lipe

เกาะหลีเป๊ะ เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ห่างจากฝั่งท่าเรือปากบารา 62 กิโลเมตร อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดังรายล้อมเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เกาะ บนเกาะจะมีเรือคอยให้บริการเช่าเรือเพื่อท่องเที่ยวไปยังเกาะรอบๆ  เกาะหลีเป๊ะ มีทั้งหมด 3 หาด ได้แก่ หาดพัทยา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะหลีเป๊ะ เป็นหาดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปมากที่สุด และมีบรรยากาศครึกครื้นที่สุดหาดซันไรท์ อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะหลีเป๊ะ ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านชาวเล หาดคาร์มา อยู่ทางตอนเหนือ ซึ่งหันหน้าเข้ากับเกาะอาดัง และหาดซันเซ็ท อยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งหันหน้าเข้ารับแสงของพระอาทิตย์ตกยามเย็นตามชื่อของหาด โดยแต่ละหาดสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้โดยใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาที ลักษณะของเกาะเป็นที่ราบ ส่วนที่เป็นภูเขามีเพียงเล็กน้อย เกาะนี้จึงมีผู้คนอาศัยกว่าหนึ่งพันคนเป็นชาวเกาะ ซึ่งในปัจจุบัน ได้มีการสร้างโรงแรมที่พักร้านค้า สถานบริการต่างๆมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของการท่องเที่ยว

จากนโยบายของรัฐบาลด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายขอคืนพื้นที่ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ หากไม่มีการวางแผนที่ดีจะทำให้เกิดผลกระทบกับกลุ่มคนในหลายภาคส่วน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าการวางแผนการพัฒนาเมืองในหลายๆพื้นที่ เกิดจากการกำหนดของฝายนโยบาย ไม่มีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ส่งผลให้เป็นแผนพัฒนาที่ไร้ทิศทาง ไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของเมืองอย่างรอบด้าน เช่น การจัดการทรัพยากร ที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับปัญหาของกลุ่มคนระดับฐานรากของเมือง ไม่ได้มีโอกาสกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาเมืองของตนเอง ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข เกิดความไม่เท่าเทียมกันของคนในสังคม และการพัฒนาเมืองหลายครั้งนำไปสู่การทำลายสิ่งที่มีคุณค่าของเมือง ซึ่งไม่อาจนำกลับคืนมาได้ (SDG 11.4.7)

ดังนั้น การวิจัยนี้มีพื้นที่เป้าหมายคือ เกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล เพื่อลงสำรวจพื้นที่เป้าหมาย ประสานความร่วมมือ เปิดเวทีทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของเกาะหลีเป๊ะ โดยมุ่งเน้นการสร้างภาคีเครือข่ายคณะทำงานร่วมกันระหว่าง ภาคีสถาบันการศึกษา องค์กรท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิเช่น มูลนิธิชุมชนไท ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่เข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาความมั่นคงของชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในประเทศไทย  ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์กรมหาชน) ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่-บทบาทหลักในการขับเคลื่อนการสร้างแนวทางการพัฒนาความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิต(SDG 17.2.1)  เพื่อลงพื้นที่จัดกระบวนการเพื่อสำรวจข้อมูล ค้นหาศักยภาพ ต้นทุน ปัญหา และความต้องการของเมือง รวมทั้งวิเคราะห์ และวางแผนแนวทางการพัฒนาเมืองทุกมิติอย่างมีส่วนร่วมจากคนทุกภาคส่วนในเกาะหลีเป๊ะ (หมู่ที่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล) ร่วมทั้งสนับสนุนให้เกิดสร้างรูปธรรมกิจกรรมการพัฒนาตามแผนงาน และการสร้างคณะทำงานคนรุ่นใหม่ที่จะร่วมกันสานงานต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในเกาะหลีเป๊ะอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคฝ่าย  

โครงการเสนอแนวความคิดการปรับปรุงพื้นที่ริมทะแลสาบ เพื่อเป็นพื้นทีส่งเสริมกิจกรรมภายในชุมชนและจัดนิทรรศการ ในย่านเมืองเก่า สงขลา จังหวัดสงขลา ร่วมกับกรรมธิการสถาปนิกทักษิณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567

การปรับปรุงพื้นที่ริมทะเลสาบ เพื่อเป็นพื้นทีส่งเสริมกิจกรรมภายในชุมชนและจัดนิทรรศการ ในย่านเมืองเก่า สงขลา 

การปรับปรุงพื้นที่ริมทะเลสาบ เพื่อเป็นพื้นทีส่งเสริมกิจกรรมภายในชุมชนและจัดนิทรรศการ ในย่านเมืองเก่า สงขลา 

โครงการเสนอแนวความคิดการปรับปรุงพื้นที่ริมทะแลสาบ เพื่อเป็นพื้นทีส่งเสริมกิจกรรมภายในชุมชนและจัดนิทรรศการ ในย่านเมืองเก่า สงขลา จังหวัดสงขลา ร่วมกับกรรมธิการสถาปนิกทักษิณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567
โครงการเสนอแนวความคิดการปรับปรุงพื้นที่ริมทะแลสาบ เพื่อเป็นพื้นทีส่งเสริมกิจกรรมภายในชุมชนและจัดนิทรรศการ ในย่านเมืองเก่า สงขลา จังหวัดสงขลา ร่วมกับกรรมธิการสถาปนิกทักษิณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567

The project proposal for redesigning the lakeside area to support community activities and exhibitions in the old town area of Songkhla, Songkhla Province, in collaboration with the Southern Architects Commission for the fiscal year 2024.

เมืองเก่าสงขลา เป็นพื้นที่ประวัติความเป็นมาและความสำคัญอันยาวนาน ทั้งด้านการค้า และความหลากหลายทางด้านพหุวัฒนธรรม โบราณสถานและสถาปัตยกรรม ส่งผลให้ในปี พ.ศ.2566 ได้มีมติยกเมืองเก่าสงขลาเป็นมรดกของชาติ ทำให้เกิดความตื่นตัวทั้งทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพิ่มมากขึ้น อาคารถูกปรับเปลี่ยนเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรม การจัดงาน street art บริเวณถนนยะลา ซอยหนองจิก จากข้อมูลดังกล่าวพบว่านอกจากคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ยังมีศิลปิน สถาปนิก ที่มีความสนใจและดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการลงพื้นที่ในการสำรวจ พบว่า มีพื้นที่ว่างริมทะเลสาบถูกจัดเป็นพื้นที่นิทรรศการขนาดเล็ก ซึ่งมีหลังคาปกคลุมเพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้เป็นปัญหาต่อการใช้งาน เนื่องจากขาดการมีส่วนร่วมในการออกแบบ

สำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เล็งเห็นปัญหาด้านการประสานงาน และปัญหาเชิงพื้นที่ จึงได้จัดทำแผนโครงการ เสนอแนวความคิดการปรับปรุงพื้นที่ริมทะแลสาบ เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการใช้เป็นพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมในอนาคตและเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการที่มีความยืดหยุ่นอยู่ภายใต้การดูแลของชุมชน ในย่านเมืองเก่า สงขลา จังหวัดสงขลา

ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม 2567 กรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดโครงการศึกษาดูงานภาคสนาม สาขาสถาปัตยกรรมและกิจกรรม Open House Asa Cloud จัดกิจกรรม ASA THAKSIN SPACIAL TALK ในหัวข้อ “กฎหมายควบคุมอาคารและการออกแบบในย่านเมืองเก่าสงขลา” วิทยากรโดย ดร.จเร สุวรรณชาต อาจารย์ประจำสาขาวิชาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลสงขลา, คุณชายแดน เสถียร บริษัท SPACE PLUS ARCHITECT CO.,LTD และอาจารย์วิวัฒน์ จิตนวล ที่ปรึกษากรรมาธิการภูมิภาคทักษิณ ณ ศูนย์อาษาคลาวด์ กรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นโครงการที่บูรณาการการเรียนการสอน การวิจัย การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการบริการวิชาการเพื่อสนองตอบต่อพันธกิจของมหาวิทยาลัยครบทั้ง 4 ด้าน จึงประสานงานและได้รับความร่วมมือจากกรรมาธิการสถาปนิก โดยใช้การออกแบบตามหลักกฏหมายควบคุมเมืองเก่า การออกแบบปรับปรุงพื้นที่ใช้งานจะคำนึงถึงสภาพแวดล้อม บริบทของพื้นที่ และพฤติกรรมการใช้งานของคนในชุมชน โดยยึดหลักการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design (UD) เพื่อสร้างสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการออกแบบปรังปรุงพื้นที่ให้เอื้อต่อผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย มีความปลอดภัย และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่ให้เข้ากับการใช้งานและกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชนได้ ตามเป้าหมาย SDG ข้อ 17.2.1 การมีส่วนร่วม ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ หรือ องค์กรอิสระ (NGOs) ในการกำหนดนโยบายการพัฒนาเป้าหมายที่ยั่งยืน (Relationships with regional NGOs and government for SDG policy)

ชื่อโครงการวิจัย การศึกษาลักษณะความผันแปรของลาไผ่เพื่อการใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างอาคาร กรณีศึกษาไผ่ในภาคใต้

การศึกษาลักษณะความผันแปรของลาไผ่เพื่อการใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างอาคาร กรณีศึกษาไผ่ในภาคใต้ ​

การศึกษาลักษณะความผันแปรของลาไผ่เพื่อการใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างอาคาร กรณีศึกษาไผ่ในภาคใต้ ​

ชื่อโครงการวิจัย การศึกษาลักษณะความผันแปรของลาไผ่เพื่อการใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างอาคาร กรณีศึกษาไผ่ในภาคใต้
ชื่อโครงการวิจัย การศึกษาลักษณะความผันแปรของลาไผ่เพื่อการใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างอาคาร กรณีศึกษาไผ่ในภาคใต้

ในปัจจุบันความต้องการใช้ไม้ที่มีคุณภาพดีเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเพิ่มจานวนของประชากรโลก รวมถึงการลดลงของปริมาณและคุณภาพของไม้จากป่าธรรมชาติ ดังนั้นการค้นหาวัตถุดิบทางเลือกที่สามารถเข้ามาทดแทนการใช้ไม้จึงมีความสาคัญอย่างยิ่ง โดยวัตถุดิบดังกล่าว ควรมีคุณสมบัติต่าง ๆ ดังนี้ ราคาถูก เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีสมบัติต่าง ๆ ใกล้เคียงกับไม้ และสามารถนามาใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน จากข้อกาหนดเหล่านี้ทาให้ไผ่ได้รับความสนใจในลาดับต้น ๆ

ไผ่เป็นพืชโตเร็ว สามารถนามาใช้ประโยชน์ได้ภายในไม่กี่ปีหลังการเพาะปลูก โดยเฉพาะส่วนของลาเนื่องจากลาไผ่มีสมบัติพิเศษด้านความแข็งแรงและยืดหยุ่นที่เหนือว่าวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด จึงนิยมนาลาไผ่มาใช้ก่อสร้างอาคารบ้านเรือน รวมถึงเครื่องเรือน เครื่องใช้ อุปกรณ์ตกแต่งภายในบ้านและงานฝีมือต่าง ๆ โดยแบ่งการนาไปใช้ตามวัตถุประสงค์การผลิต ดังต่อไปนี้

1.ผลิตหน่อไม้เป็นอาหาร

2.ผลิตลาสาหรับใช้ในการก่อสร้างและอุตสาหกรรม

3.ผลิตลาสาหรับใช้ทาเครื่องจักสานและหัตถกรรม

โดยการวิจัยนี้ได้มุ่งเน้นไผ่ในภาคใต้ที่มีศักยภาพที่จะใช้ในการก่อสร้างและอุตสาหกรรม ซึ่งจากการตรวจเอกสาร พบว่า สมบัติหลาย ๆ ประการของไผ่มีความใกล้เคียงกับไม้ เช่น องค์ประกอบทางเคมี สมบัติทางกายภาพ แต่ปัญหาสาคัญ คือ สมบัติเหล่านี้มีความแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์ อายุ ระดับความสูง และส่วนต่างของลาไผ่ ซึ่งความผันแปรเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาการใช้ประโยชน์ลาไผ่ต่อไป ดังนั้นการศึกษาถึงความผันแปรของสมบัติต่าง ๆ ของลาไผ่จึงมีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินการใช้ประโยชน์จากลาไผ่ได้อย่างเหมาะสมในอนาคต

ดังนั้นโครงการวิจัยนี้จึงกาหนดให้มีการศึกษาคุณสมบัติต่าง ๆ ของลาไผ่ผากเพลิงที่มีความผันแปรตามอายุ ระดับความสูง และส่วนต่างๆของลา เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการใช้ประโยชน์จากลาไผ่ได้อย่างเหมาะสม โครงการวิจัยนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากลาไผ่อย่างเหมาะสมและมีศักยภาพสูงสุด ทั้งในแง่มุมของการใช้งานเพื่อการก่อสร้าง เครื่องเรือน เครื่องใช้ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต โดยผู้วิจัยมจุดมุ่งหมายในการถ่ายทอดข้อมูลที่จัดทาผ่าน รูปแบบของหนังสือ หรือเว็บไซต์ เพื่อให้หน่วยงาน/บุคคลที่สนในสามารถนาข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์เชิงพานิชย์ เชิงวัสดุก่อสร้างทางวิศวกรรม หรือการออกแบบโครงสร้าง ร่วมมือกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านไผ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดฝึกอบรมให้ความรู้กับผู้ที่สนใจ เกี่ยวกับสมบัติของลาไผ่ และการใช้ประโยชน์ไผ่ในรูปแบบต่าง ๆ จัดนิทรรศการ หรือ ศูนย์การเรียนรู้ไผ่เกี่ยวข้องในแง่มุมของคุณลักษณะ การใช้ประโยชน์ไผ่ในภาคใต้ที่เหมาะสมและมีแนวโน้มจะสามารถใช้เป็นไผ่สาหรับงานโครงสร้าง ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าชมเห็นแนวทางในการเลือกปลูกไผ่พันธุ์ที่มีอยู่เดิมตามธรรมชาติต่อยอดเป็นการปลูกไผ่เชิงอุตสหกรรมเกษตร ทาให้เกิดความยั่งยืนเนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ทั้งด้านธาตุอาหารในดิน ด้านภูมิศาสตร์ และด้านการต้านทานของโรคพืช ( SDG ข้อ 15.2.1 กิจกรรมเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรบนบกอย่างยั่งยืน (Events about sustainable use of land )